ตามคำสัญญา แปลบทสัมภาษณ์ บี้ เกี่ยวกับละครคู่กรรม จากนิตยสาร Mangu หน้าปก บี้ สุกฤษฎฺิ์  หวังว่าจะถูกใจแฟนๆที่รอคอย และสามารถติดตามแปลข่าว บี้ จากนสพ.หลูโจว  ได้ที่ FB @บี้ the star เร็วๆนี้ |

แปลบทสัมภาษณ์ Mangu Magazine ::Translation: CBFC-BieInterFans (edit)

cover editcolor s45-horzss credit

เมื่อได้ติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ บี้ เราก็คิดกันไว้แล้วว่าคงต้องรอคิวนานพอสมควร เพราะบี้กำลังได้รับความนิยมมากอยู่ในขณะนี้ แต่โดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน บี้ ตอบรับคำเชิญอย่างรวดเร็ว และจัดเวลาจากตารางงานที่แน่นเอียดของเขา ให้เราได้เข้าไปสัมภาษณ์เขาถึงบริษัทเอ็กแซ็กท์ ตึก Gmm Grammy ในวันนั้นบี้แต่งตัวสบายๆ เหมือนเรากำลังได้เข้าไปสัมภาษณ์เด็กหนุ่มคนนึง ไม่ใช่ดาราดังอย่างที่เขาเป็น

Mangu: มีแฟนของบี้มากมายทั้งในไทยและจีนตอนนี้ อยากรู้ว่าช่วงนี้บี้กำลังจะมีผลงานอะไร
Bie: ตอนนี้กำลังถ่ายละครเรื่องคู่กรรม ซึ่งถ่ายมาได้ซักพักแล้ว และกำลังฉายในทีวีขณะนี้ คู่กรรมเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในไทย ถูกนำมาทำเป็นละครและภาพยนตร์มามากกว่า 10 ครั้งแล้ว และปีนี้ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เล่นละครเรื่องนี้คู่กับหนูนา

P1

Mangu: คู่กรรมเป็นวรรณกรรมสุดคลาสสิกที่ถูกนำมาสร้างแล้วหลายครั้งในครั้งนี้จะมีอะไรที่แตกต่างไปบ้างในเวอร์ชั่นที่คุณเล่น

Bie:ใช่ ครับ คู่กรรมเป็นวรรณกรรมที่คลาสสิกมากๆของไทยนักแสดงรุ่นพี่หลายคนเคยเล่นมาก่อน และทุกๆเวอร์ชั่นล้วนเป็นนักแสดงที่มากฝีมือด้วยกันทั้งนั้น ในครั้งนี้เรา จะคงเนื้อเรื่องไว้ตามบทประพันธ์ดั้งเดิมแต่จะแทรกอะไรใหม่ๆลงไปบ้าง เราให้ความสำคัญกับคนสองคนที่มาจากสังคม วัฒนธรรมและเชื้อชาติที่แตกต่างกัน ว่ามาเจอกันและมารักกันได้อย่างไรเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ตอนที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ประเทศไทยในละครเรื่องนี้ผมเล่นเป็นนายทหาร ญี่ปุ่น ชื่อว่า โกโบริซึ่งเข้ามาในประเทศไทยตามคำสั่งของกองทัพ ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน ส่วนหนูนาก็จะเล่นเป็นหญิงสาวชาวไทย ชื่อว่า อังศุมาลิน เป็นผู้หญิงที่ใจแข็งอ่อนโยน เธอเป็นผู้หญิงสวย อาศัยอยู่กับแม่ ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เล่นละครเรื่องนี้และเป็นโอกาสที่มีค่ามากๆสิ่งที่แตก ต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆคือ การลำดับเวลาตามประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่เราเน้นยังคงเป็นความรักของคนสองคนผมยังคิดอยู่เลยว่าจะเล่นออกมา ในสไตล์ของเราอย่างไร จะเล่นออกมาดีมั้ย ยังไง ที่จะไม่ทำให้คนดูผิดหวัง และไม่เป็นตัวถ่วงของทีมงาน (หัวเราะ)

c3

Mangu: มีแพลนที่จะเดินทางไปจีนในปีนี้บ้างมั้ย

Bie:ยังไม่แน่ใจครับ ตอนนี้จิตใจยังจดจ่ออยู่กับละครคู่กรรมส่วนงานอื่นๆจะถูกนำเข้ามาพิจารณาทีหลัง ตอนนี้ละครคู่กรรมก็ถ่ายทำไปได้ประมาณ70%แล้ว ปิดกล้องประมาณเดือนมีนาคม ซึ่งตอนนี้ละครออกอากาศทุกวันจันทร์อังคาร ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม วันละหนึ่งชั่วโมงครึ่งทั้งเรื่องน่าจะออกอากาศอยู่ประมาณ 2-3 เดือนเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นฟอร์มใหญ่ก็จะออกอากาศนานหน่อยครับ

Mangu: โกโบริเป็นนายทหารเรือของกองทัพญี่ปุ่น คุณได้เรียนวัฒนธรรมพื้นฐาน ภาษาประเพณีของญี่ปุ่นมาก่อนบ้างหรือเปล่า

Bie: เรียนครับทางแกรมมี่จะเตรียมคอร์สพิเศษสำหรับการเรียนรู้พื้นฐานวัฒนธรรม ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมีอาจารย์มาสอนเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นใน ช่วงเวลานั้น รวมถึงวัฒนธรรมความคิดของชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้น และคนไทยคิดอย่างไรในสมัยนั้นผมก็พยายามอย่างเต็มที่กับบทนี้

Mangu: มีฉากไหนที่น่าจดจำเป็นพิเศษบ้างมั้ย

Bie: ผมคิดว่าเป็นฉากแอกชั่น โดยเฉพาะฉากระเบิดเพราะว่าเป็นเรื่องราวของสงคราม ฉากระเบิดที่ค่อนข้างใหญ่ และสมจริงต้องวิ่งหลบระเบิด และบางครั้งก็ต้องพานางเอกวิ่งหลบระเบิดไปด้วยกัน  ฉากที่ยากน่าจะเป็นฉากเลิฟซีนมีฉากเลิฟซีนอยู่หลายฉากในฉากต่างๆ ทั้งเวลาซึ้ง จากลา ผิดสัญญา คับข้องใจ หลายๆฉาก ความยากอยู่ตรงที่การสื่ออารมณ์เหล่านี้ออกมาให้ถึง

c4Mangu: ได้จับคู่กับหนูนาเป็นอย่างไรบ้าง

Bie: หนูนากับผมเคยร่วมงานกันมาก่อนหลายครั้ง เช่น รักจับใจซึ่งเล่นไปเมื่อไม่นานมานี้ เธอเป็นนักร้องและนักแสดงที่เก่งในละครเรื่องนี้เธอเล่นเป็นหญิงไทยชาวสวน ที่อาศัยอยู่กับแม่ โดยไม่มีพ่อและนั่นทำให้เธอเข้มแข็งและต้องพึ่งตนเองมาตลอดเพราะว่าเราร่วม งานกันมาหลายครั้ง เลยทำให้รู้จักกันมากขึ้นทำให้ง่ายต่อการรับส่งบท สามารถคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้

 Mangu: พี่เบิร์ดเคยรับบทโกโบริในคู่กรรมมาก่อนสิ่งนี้ทำให้คุณรู้สึกกดดันบ้างมั้ย

Bie: ที่ จริงแล้วก็มีนักแสดงรุ่นพี่หลายๆคนเคยรับบทนี้มาก่อนพี่เบิร์ดก็เป็นศิลปิน ที่ผมชื่นชมอย่างมากมาโดยตลอดแต่ก็ไม่รู้สึกกดดันเพราะผมก็ทำออกมาอย่างเต็ม ที่และอยากให้ทุกคนได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของบทประพันธ์เรื่องนี้นอกจาก นั้นก็อยากให้ได้เห็นถึงคาแรกเตอร์ของโกโบริในเรื่องอีกด้วยถ้ามีอะไรอย่าง อื่นอีก ผมก็จะขอคำแนะนำจากพี่เบิร์ดเวลาที่ผมมีข้อสงสัยครับ

Mangu: พี่เบิร์ดร้องเพลงไทยในเวอร์ชั่นภาษาจีนไปแล้วและเชิญป้อง ณวัฒน์ มาเล่นเอ็มวี แล้ว บี้ จะมีเพลงในเวอร์ชั่นภาษาจีนบ้างหรือเปล่า

Bie: ครับ ผมเคยร้องมาก่อน เป็นเพลงประกอบละครหัวใจศิลา เพลงรักมากมายและอื่นๆ ที่เคยร้องเป็นเวอร์ชั่นภาษาจีน แฟนจีนหลายๆคนก็คงเคยได้ฟังกันแล้วกระแสตอบรับก็ไม่เลวครับ หลังจากปล่อยเพลงต่างๆออกมาแฟนจีนบางคนก็หาข้อมูลตามอินเตอร์เน็ต ตอนที่ผมไปร้องในจีนแฟนๆหลายคนก็ร้องตามกันได้

c5

Mangu: ละครเรื่องก่อนๆเรื่องไหนที่น่าจดจำที่สุด และเรื่องไหนที่ยากที่สุด

Bie: ผมคิดว่าเป็นข้ามเวลาหารัก เพราะเป็นละครมิวสิคัล ต้องเล่น ต้องร้องและเต้นไปพร้อมๆกัน ก็จะค่อนข้างยากกว่าการเล่นละครปกติทั่วๆไปแต่เนื้อเรื่องนั้นไม่เครียดและ สนุก

 Mangu: คุณให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่สำหรับละครเรื่องนั้น

Bie: ถ้าเป็นตัวผม ผมให้ 100 คะแนนเต็มสำหรับความอุตสาหะของตัวเองแต่ว่าแต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป หลังจากดูละครแล้วผู้ชมก็จะให้คะแนนต่างๆกันออกไป

Mangu: ผมได้เจอ บี้ครั้งแรกตอนเดอะสตาร์ 3 ในรอบสุดท้ายจากตอนนั้นถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่มีต่อ บี้ เปลี่ยนไปอย่างมาก

Bie: อ๋อ ตอนนั้นเมื่อซักประมาณ 7 ปีที่แล้วผมอายุประมาณ 20 ตอนนี้ก็อายุ 27 แล้วค่อนข้างเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างไม่ว่าจะเป็นหน้า ตาที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หรือความสูงที่เพิ่มขึ้น (หัวเราะ) แต่สำหรับคนอื่นๆแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือ ทักษะการร้อง การเต้นผมได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น

Mangu: จำได้ว่าในตอนนั้นบี้ พูดไม่ค่อยเยอะ

Bie: (หัวเราะ) ครับ ในตอนนั้น หัวใจของผมเต้นตุ้บ  ตั้บๆ และผมก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยแล้วในช่วงนั้นเดินทางมากรุงเทพจากเชียงใหม่ เองคนเดียวกิจวัตรประจำวันของผมก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก การร้องเพลงเป็นสิ่งที่ผมสนใจ  ช่วงนั้นมักจะอยู่กับเพื่อนๆที่คณะวิศวะหนุ่มวิศวะพูดไม่ค่อยเก่งครับ (หัวเราะ) เรารู้เฉพาะกลไกเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคณิตศาสตร์ ในตอนนั้นผมอยู่บนเวทีที่ต้องการความสามารถทางการร้อง การเต้นสูงผมค่อนข้างเสียความมั่นใจ ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร (หัวเราะ)  ในตอนนั้นการร้องเพลงคืองานอดิเรกของผมแต่กลับได้มายืนอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่ สุดของไทย คือ อิมแพคอารีน่ามันยากที่จะอธิบายความรู้สึกในตอนนั้น ทั้งตื่นเต้นและตื้นตัน ไม่ว่าจะในฐานะศิลปินหรืออื่นๆนี้คือหนึ่งใน 5 สิ่งที่ผมรู้สึกภูมิใจและมีความสุขมากที่สุดในชีวิต

p4 cut1Mangu: แล้วคอนเสิร์ตของตัวเองครั้งแรกที่ทางค่ายจัดให้เป็นอย่างไรบ้าง

Bie: ตอนแรกทางค่ายก็แพลนเอาไว้ว่าจะจัดในฮอลเล็กๆที่จุคนได้ซัก 2-3พัน ที่นั่งหรือ 3-4พัน แต่ปรากฎว่าต้องเปลี่ยนแผนเพราะฮอลเล็กๆเต็ม และเนื่องมาจากตารางงานและเวลาเลยเหลือแต่ อิมแพคอารีน่า ซึ่งเป็นฮอลที่ใหญ่ที่สุดในไทย ทางค่ายก็เลยลองเสี่ยงดูแต่โชคดีมากที่บัตรขายหมดใน 2 วันทางค่ายเลยตัดสินใจเพิ่มรอบ บัตรก็ขายหมดในเวลาไม่นานดังนั้นเวทีที่ตอนแรกถูกออกแบบให้ยื่นออกมา เพื่อให้กินพื้นที่ของเก้าอี้ที่นั่ง เพราะเรากลัวว่าที่นั่งจะเหลือมากและกลายเป็นที่ว่างแต่บัตรกลับขายได้ดี เกินความคาดหมาย จึงต้องเพิ่มที่นั่งเข้าไปและเปลี่ยนรูปแบบของเวทีมาเป็นแบบปกติตามเดิม

Mangu: แฟนชาวจีนหลายคนรู้จักบี้จากละครและบางส่วนรู้จักบี้จากงานเพลง มีแพลนที่จะมาจัดคอนเสิร์ตในจีนหรือมาแสดงละครในจีนบ้างมั้ย

Bie: ก็เป็นไปได้ครับถ้ามีโอกาสเช่นถ้าละครของผมมีกระแสตอบรับดีมากจากผู้ชมชาว จีนประกอบกับดาราศิลปินไทยหลายคนก็เคยร่วมงานในจีนมาแล้วดังนั้นผมเชื่อว่า ถ้ามีโอกาส ก็คงไม่ใช่เรื่องยากครับ

Mangu: มีบางคนที่หลังจากได้อ่านประวัติแนะนำของบี้แล้ว อาจจะคิดว่าการที่บี้ ก้าวขึ้นมาเป็นดารานั้นจากเด็กหนุ่มธรรมดานั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน มันง่ายหรือไม่ ปัจจุบันนี้คนหนุ่มสาวทั่วไปก็อยากจะประสบความสำเร็จเพียง ชั่วข้ามคืนบี้คิดว่ายังไง

Bie: มันไม่ยากเหมือนแต่ ก่อนกับการที่จะเข้ามาเป็นดารา มีหลายเวทีการประกวดเช่นประกวดร้องเพลง ประกวดเต้น ทักษะการแสดง อะไรต่างๆ เยอะมากและยังมีสื่ออินเตอร์เน็ต เช่น youtube youku มีหลายเส้นทางที่สามารถโชว์ความสามารถของคุณให้กับคนดูจึงไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะมีชื่อเสียง ความยากคือหลังจากที่คุณมีชื่อเสียงแล้วจะรักษาความเป็นตัวเองให้เหมือนกับ ก่อนที่จะมีชื่อเสียงได้มั้ยจะรักษาคุณภาพของงานไว้ได้มั้ย จะรักษาสปิริตในการทำงานของคุณได้มั้ยนี้คือสิ่งที่ยากที่สุด ที่จริงแล้วมันไม่ง่ายอย่างที่เห็น ในความเป็นจริงแล้วมีปัญหาต่างๆอยู่เบื้องหลังผลงานทุกชิ้น และทุกๆความสำเร็จ แต่คนส่วนใหญ่จะเห็นแต่คุณที่ดูดีอยู่ในจอพวกเขาจะเห็นเพียงชิ้นงานที่ยอด เยี่ยมหลังจากมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว มีไม่กี่คนที่จะรู้ถึงอุปสรรคและปัญหา ต่างๆ  ดังนั้นจึงมีน้อยคนนักที่จะรู้ถึงเรื่องราวอันหนักหนาที่อยู่เบื้้องหลัง

p4-5 cut

Mangu: บี้มีคำแนะนำอะไรถึงน้องๆที่อยากจะเข้าวงการในอนาคตบ้าง

Bie: อย่าง แรกเลย คือรักในการร้องเพลง ต้องรักมันจริงๆเพราะจะมีหลายสิ่งในวงการนี้ที่คอยยั่วยวนและดึงดูดคุณให้ เปลี่ยนไปดังนั้นคุณต้องรักการร้องเพลงจากส่วนลึกของหัวใจก่อนเป็นอย่างแรก

ใน ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์บี้ยังได้ฝากถึงแฟนๆชาวจีนทุกคนผ่านเราว่า “ขอบ คุณแฟนๆชาวจีนมากๆที่ติดตามและสนับสนุนผมแม้ว่าผมจะไม่มีโอกาสได้ไปจีนบ่อย นัก แต่แฟนๆหลายคนก็ติดต่อผมทางอินเตอร์เน็ตบอกเล่าเกี่ยวกับละครที่พวกเขาดู เพลงใหม่ๆที่พวกเขาได้ฟังและก็ต้องขอบคุณแฟนๆที่ช่วยแปลซับจีนบนเพลงของผม และแชร์ให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้ดูกันถ้าคุณมีโอกาสได้มาประเทศไทย เรามานั่งด้วยกันนะหรือบางทีเราอาจจะได้มีโอกาสพบกันในจีนเร็วๆนี้ครับ ขอบคุณครับ”

Advertisements